ดูหนังออนไลน์ใหม่2024 หนังเต็มเรื่อง ดูหนัง 2023 HDฟรี
8xbet212

The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน

2 คะแนน

ตัวอย่าง

The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน

The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน

เรื่องย่อ

วูล์ฟเวอรีน (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ไปอยู่ในประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน เขากลายเป็นผู้ไร้ความสามารถที่ต้องอยู่ในโลกลึกลับ และต้องพบกับความพ่ายแพ้ในสมรภูมิรบที่เสี่ยงต่อความเป็นตาย ซึ่งจะทำให้เขาต้องกลายพันธุ์ไปตลอดกาล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะอ่อนแอ และต้องผลักดันทั้งกายและใจตัวเองให้ถึงขีดสุด เขาไม่เพียงพบกับ ซามูไรเหล็กตัวฉกาจเท่านั้น แต่ยังต้องสู้กับความเป็นอมตะในตัวเอง ดูหนัง ออนไลน์

ผู้กำกับ

เจมส์ แมนโกลด์

บริษัท ค่ายหนัง

  • Marvel Entertainment
  • The Donners’ Company
  • Seed Productions
  • Hutch Parker Entertainment

นักแสดง

  • ฮิว แจ็กแมน
  • ทาโอะ โอกาโมโตะ
  • ฮิโรยูกิ ซานาดะ
  • ริล่า ฟูกูชิมา
  • สเวตลานา ค็อดเชนโควา
  • วิล ยุน ลี
  • ฟัมเกอ ยันส์เซิน
  • ไบรอัน ที

โปสเตอร์หนัง

The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน

รีวิวหนัง

ห่วยรีวิว

===มึงดูเรื่องนี้ยังมาเป็นชุด===

The Wolverine / เดอะวูล์ฟเวอรีน (6.7/10) เล่าด้วยความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในหัวของโลแกน เพราะความที่เป็นอมตะ เพราะต้องเสียและเฝ้ามองคนที่ตัวเองรู้จัก และรัก ไปทีละคน โดยที่ต้องฝันร้ายทุกคืนโดยมีภาพของจีน คนที่เคยเป็นที่รักเป็นตัวแทนความรู้สึกนั้น และเขาก็มีความรู้สึกไม่มีความหวังในชีวิตตัวเองอีก ว่าจะอยู่ไปเพื่อใคร

เรื่องนี้มีจุดกำเนิดจากความต้องการของ ยาชิดะ ทหารหนุ่มผู้ที่โลแกนได้ช่วยเหลือไว้ตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ในตอนที่ญี่ปุ่นถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ นางาซากิที่ต้องการพบตัวโลแกนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะตายเพราะความชรา

คำคมคนดังระดับโลก

รีวิว The Wolverine (2013) แบบ 3D ภาคนี้ไปญี่ปุ่น เนื้อเรื่องสนุกประทับใจมากครับ เนื้อเรื่องสนุกกว่า X-Men Origins: Wolverine เยอะ โดยเล่าเรื่องที่โลแกนถูกเพื่อนเก่าชาวญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังใกล้แก่ตายเรียกตัวไปเพราะติดหนี้บุญคุณโลแกนในการช่วยเหลือเขาเอาตัวรอดจากระเบิดปรมาณูในนางาซากิ และนั้นเป็นต้นกำเนิดเรื่องราวทุกอย่าง ความรักครั้งใหม่ โลแกนที่โดนดึงพลังออกไป และได้ตายจริงๆเป็นครั้งแรก เพื่อนใหม่ การหักหลัง การตามล่าตัวของยากูซ่า การปกป้องเจ้าหญิงแสนสวย นางเอกคนใหม่ที่สวยแบบญี่ปุ่นถูกใจชาวเอเซียกับชาวไทยแน่นอน หุหุ 3D ก็มีตื้นลึกพอประมาณครับ หนังดีไม่ควรพลาดครับ 9.5/10 ครับ

Pretty Plasalid & Entertainmentbite

รีวิว – The Wolverine (James Mangold,2013) หนังมันคัลท์มากอ่ะ ไม่รู้จะให้คะแนนยังไงดี ความรู้สึกในแง่หนังแอ็คชั่น : นี่มันเจมส์ บอนด์(สมัยเพียซ บรอสแนน) ในคราบวูฟเวอร์รีนนี่นา

ความรู้สึกในแง่ฝรั่งมองเอเชีย : ญี่ปุ่นนี่มันป๊อปคัลเจอร์เยอะเนอะ มีทั้งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นปูเสื้อตาตามิ ใส่กิโมโน รอยสัก ยากูซ่า นินจา รถไฟชินคังเซน เกมตู้ ซามูไร สงครามโลกครั้งที่ 2 ม่านรูดล้ำจินตนาการ หุ่นยนต์ แม่มอะไรเป็น เจเปนนีส พี่แกยัดมาให้ครบเลยฮ่ะ

ความรู้สึกในแง่เอ็กเมนซ์ : คุณพระ มาร์เวลคิดอะไรอยู่เนี่ย ส่วนมนุษย์กลายพันธุ์อีกตัวอย่างไวเปอร์ (สเวทลานา คอชเชนโควา) หล่อนมาทำอะไรคะ ? อยากมาก็มา คราวจะตายหล่อนก็ตายซะอย่างนั้น (สปอยล์นะ เพราะนางเป็นตัวร้าย ยังไงก็ต้องตาย)

ถามว่าสนุกไหม – คือมันก็ดูได้เพลินๆ แต่ค่อนข้างอิลุ่ยฉุยแฉกมากๆ และที่สำคัญหนังจบอย่ารีบลุก หนังปูทางไว้สำหรับ X-Men: Days of Future Past ไว้แล้ว

Marvel Universe Lover Thailand

LKPP Review : The Wolverine (2013) “ลืมความหลังครั้ง X-Men Origins ไปได้เลย!!!!”

แอดมิน LKPP ไปชมมาเป็นที่เรียบร้อยครับสำหรับภาพยนต์ฉายเดี่ยวเรื่องใหม่ของพี่เตี้ยวูฟเวอร์รีน ที่คราวนี้ผผมต้องขอบอกเลยว่าผมไปดูด้วยความไม่คาดหวังอะไรมากจริงๆ เพราะเคยผิดหวังอย่างรุนแรงมาแล้วใน X-Men Origins : Wolverrine ที่เล่นเอาซะหน้ามืดเลยตอนดู …แต่กับ The Wolverine นั้นไม่เป็นแบบนั้นครับ เพราะหนังถือว่าเยี่ยมมากสำหรับการเล่าเรื่องผู้ชายที่ชื่อว่า “โลแกน” คนนี้อย่างเต็มๆ

ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขอตอบคำถามที่จะตามมา 2 ข้อก่อนล่วงหน้านะครับว่า

1) ถาม : หนังภาคนี้ยังคงเป็นเส้นเรื่องในจักรวาลเดียวกับหนังเรื่องอื่นๆหรือเปล่า?

ตอบ : ยังอยู่ในจักรวาลเดียวกันกับ X-Men ทุกภาคครับ

2) ถาม : แล้วสรุปเรื่องราวในภาคนี้ต่อเนื่องมาจากหนังภาคไหนกันแน่?

ตอบ : เป็นเนื้อหาหลังจากหนัง X-Men ทุกภาคที่เคยฉายมาครับ ฉะนั้นในทางที่ดีหากท่านที่ยังไม่เคยดู X-Men ซักภาคเดียว ก็ขอให้ดูครบทุกภาคเลยนะครับ

เข้าเรื่องแล้ว …หนัง The Wolverine เรื่องนี้เป็นหนังที่ทำทุกอย่างออกมาได้ดีและลงตัวมาก เพราะหนังไม่สร้างเนื้อหาและโทนหนัง ให้ซ้ำกับหนัง X-Men เรื่องอื่นๆ แต่จะเล่าเรื่องในมุมมองที่ใหม่และไม่ซ้ำซาก และลบจุดอ่อนของหนัง X-Men Origins ที่เล่าเรื่องที่เคยเล่าไปแล้วในหนัง X-Men 2 ด้วยการพาผู้ชมไปเจอสิ่งแปลกใหม่ของโลแกนที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน หรือไม่ก็เห็นมาแล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้สำผัสด้านอื่นๆชองโลแกนมากนัก ซึ่งหนังภาคนี้ก็จัดให้เต็มๆ

ด้วยความที่เนื้อหาทั้งเรื่องเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ทำให้เราได้เห็นโลแกนไปอยู่ท่ามกลางสถานที่และวัฒนธรรมที่ตนเองไม่คุ้นเคย ผู้กำกับ เจมส์ แมนโกลด์ สร้างภาพญี่ปุ่นในหนังของเขาในทางที่ดีและทำด้วยความเคารพ ทำให้เราได้เห็นการเคารพขนบประเพณี และศักดิ์ศรีแบบญี่ปุ่นออกในในทางที่สวยงามมาก ทำให้หนังภาคนี้มีกลิ่นอายความเป็นเอเชียมากกว่าทุกๆภาค และมีอารมรณ์เศร้า เหงา แค้น ที่สวยงาม

ซึ่งแม้เนื้อหาในหนังจะดัดแปลงมาจากคอมิคชุด Wolverine 4 Limited Series ของ แฟรงค์ มิลเลอร์ แต่หนังก็ไม่ได้เล่นตามการ์ตูนเป๊ะ แต่ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของเนื้อหา ซึ่งทำให้หนังสามารถใส่อะไรใหม่ๆเข้าไปได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ผมชอบมากๆในหนังภาคนี้คือ การได้เห็นโลแกนในมุมที่ต่างออกไป เช่น การที่เขาเสียพลัง Healing Factor ของตัวเองไปจนทำให้โลแกนได้สำผัสความรู้สึกเจ็บปวดแบบคนธรรมดาเป็นครั้งแรกในชีวิต, ได้เห็นโลแกนได้เข้าไปสำผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือการได้เห็นโลแกนพร่ำเพ้อถึงอดีตอันเจ็บปวดจากการตายของจีน เกรย์ (อันนี้ขอบอกด้วยความคิดถึงว่า เฟมเก้ เจนเซ่น สวยไม่สร่างเลย แฮ่ๆ)

ขอพูดถึงตัวละครหญิงสองสาวบ้าง …เริ่มจากนางเอกที่เปรียบเป็นดั่งดอกไม้งามหนึ่งเดียวของเรื่อง “มาริโกะ” ที่ยอมรับว่าเป็นสาวสวยที่น่าหลงใหลจริงๆ มีสเน่ห์แบบสาวเอเชียที่น่าถนุถนอม แต่ภายในความอ่อนโยนนั้น แววตาของเธอก็มีความเข้มแข็งอยู่ในภายใน ทำให้ผมเชื่อว่าผู้ชายทุกคนจะต้องหลงสเน่ห์เธอกันหมดแน่ๆ เพราะยอมรับว่าเวลาเธออยู่บนจอ มันช่างละสายตาไปจากเธอไม่ได้จริงๆ >///<

หากมาริโกะเป็นดอกไม้งาม ก็มีดอกไม้เหล็กอีกนางหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันนั่นคือ “ยูกิโอะ” สาวน้อยผมแดงสุดแกร่งที่เป็นเหมือนกับคู่หู และเพื่อนคนเดียวของโลแกนในญี่ปุ่น ที่ดูจากเทรลเลอร์หรือภาพนิ่งอาจจะงั้นๆ แต่พออยู่ในหนังแล้ว ด้วยบทของเธอทำให้เธอดูมีเสน่ห์ในแบบ exotic มาก ผมชอบโมเมนต์น่ารักๆเวลาเธออยู่กับโลแกนครับ ให้ความรู้สึกเหมือนพี่ชายกับน้องสาวเลย

ส่วนเหล่าร้ายในหนังก็มีจุดเด่นที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์ในตัวเองมากเช่นกัน อย่างวายร้ายสาวอสรพิษอย่าง “ไวเปอร์” นั้นต้องขอบอกว่าเธอสวยมากไม่แพ้สองสาวยุ่นข้างบนเลย และมีความร้ายกาจทั้งทางพลังพิเศษและสายตาที่ดุร้ายราวกับจะกลืนศัตรูลงไปทั้งตัวของเธอนั้น เล่นเอาผมปลื้มเลยเวลาเธอปรากฏตัวบนจอ …ส่วนวายร้ายที่แฟนๆคอมิคหลายคนอยากเห็นอย่าง “ซิลเวอร์ ซามูไร” …อันนี้ขอไม่พูดถึงครับ เพราะมันจะสปอยล์หนัง แต่บอกได้ว่า เซอร์ไพรส์และคิดไม่ถึงจริงๆ ต้องไปติดตามเองในหนังเลยครับ

ส่วนฉากแอ็คชั่นนั้นหายห่วงครับ บู๊แบบจัดเต็มตลอดทั้งเรื่องแน่นอน และผมขอยกให้เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ฉากแอ็คชั่นมันส์ที่สุดในปีนี้ไปเลยครับ เพราะด้วยสไตส์การต่อสู้ในแบบต่างๆที่ทั้งเท่ห์ และสวยงามในคราวเดียว ด้วยสเน่ห์การต่อสู้แบบตะวันออกของคนธรรมดาๆ ไม่ใช่มิวแทนท์แบบที่ผ่านๆมา ..ไม่ว่าจะเป็นการบู๊ด้วยกรงเล็บคู่ใจของโลแกนที่ยังเจ๋งไม่เปลี่ยน, ลีลาการวาดดาบสุดพริ้วไหวของยูกิโอะ ในการจัดการกับศัตรูนั้นทำออกมาได้สนุกและลื่นไหลมาก และที่ผมนำเสนอเลยก็คือ ฉากการต่อสู้บนรถไฟด้วยความเร็วนั้น ทำออกได้สนุกตื่นเต้นมากๆครับ

แต่ถ้าจะมีข้อเสียหนังเองก็มีจุดบกพร่องเหมือนกัน โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่ไม่ชัดเจนในบางจุดของหนัง เช่น ที่มาที่ไปของไวเปอร์ที่ไม่ชัดเจน หรือไม่ก็พลังของยูกิโอะ ที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นพลังมิวแทนท์หรือญาณทิพย์สำผัสที่หกกันแน่ (อันนี้อาจเป็นผมคนเดียวก็ได้ที่สงสัย 5555)

สรุปแล้วก็คือ The Wolverine คือหนังฉายเดี่ยวของพี่เตี้ยที่ออกมายอดเยี่ยม สมศักดิ์ศรีมิวแทนท์พันธุ์ระห่ำมากแบบไม่มีผิดหวังเลยครับ เพราะหนังเรื่องนี้ได้คลายปมที่ตกค้างในภาคก่อนๆของโลแกน และใส่เรื่องราวและอะไรใหม่ๆเข้าไป จนหนังออกมาล้างภาพอารมรณ์แบบ X-Men ไปหมดสิ้น กลายหนังวูฟเวอร์รีนที่สนุกและเป็นหนังแอ็คชั่นสุดเจ๋งที่แฟนๆ ห้ามพลาดเป็นอันขาดครับ คะแนน : B+

สตาร์หลอดโฟร์เค

The Wolverine (2013) (ชูนิ้วโป้ง) เนื่องในวโรกาสที่หนังเดี่ยวของวูฟเวอลิงภาคสุดท้ายของยุคจะเข้าฉาย จาจาจะขอนำบล็อกรีวิวสมัยเด็กกลับมาเรียบเรียงใหม่ต้อนรับการกลับมาเป็นครั้งสุดท้ายของผัวฮิวจ์ แจ๊คแมน

The Wolverine หรือ เดอะวูฟเวอลิง เป็นหนังภาคแยกเรื่องที่ 2 จากแฟรนไชส์ X-Men วางตัวให้เป็นภาคต่อของ X-Men: The Last Stand และเป็นภาคก่อนของ X-Men: Days of Future Past ในขณะที่จักรวาล X-Men ของฟ๊อกกำลังเริ่มต้นรีบูทเส้นเรื่องใหม่ไปแล้วในภาค X-Men: First Class เรื่องนี้กลับดำเนินเรื่องในเส้นเรื่องเก่าเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ได้เจมส์ แมนโกลด์เป็นผู้กำกับ ธีมเรื่องมีความเป็นญี่ปุ่นมาก เพราะดัดแปลงมาจากคอมมิคภาคนึง เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากสงครามในภาค The Last Stand ราวๆ 5-6 ปี วูฟเวอลิงรู้สึกผิดที่ฆ่าจีน เกรย์ เมียตัวเอง เลยตัดสินใจหนีออกจากโรงเรียนเซเวียร์ออกไปอยู่ในป่าไกลๆ จากผู้คน ลืมพลังทุกอย่าง วันหนึ่งมีแก๊งนายพรานจากในเมืองมาฆ่าหมีเพื่อนรักของแก แกเลยตามล่าจะไปหาเรื่องถึงในเมือง

ปรากฏว่ามีสาวผมแดงหน้าตาเหมือนคนญี่ปุ่นนางนึงมาห้ามไว้ แล้วบอกว่ามีคนอยากพบและมอบดาบเล่นหนึ่งให้ แต่ต้องไปที่ญี่ปุ่นนะ แต่วูฟเวอลิงไม่อยากไปเพราะกลัวเครื่องบิน แต่ก็จำเป็นต้องไปญี่ปุ่น เพราะคนที่อยากพบเขาก็คือ ยาชิดะ อดีตนายทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ สาวญี่ปุ่นผมแดงคนนั้นชื่อ ยูกิโอะ ที่มีความสามารถในการใช้ดาบ แต่ไม่ได้เป็นมิวแทนต์ ก็ได้พาวูฟเวอลิงไปพบกับยาชิดะได้ตามที่หมายไว้ ปรากฏว่ายาชิดะแก่ตัวลงและใกล้ตายเต็มที จึงอยากจะขอบคุณเขา และได้พยายามตอบแทนที่เคยช่วยชีวิตด้วยการทำลายพลังวิเศษของพี่วูล์ฟ เพื่อให้หยุดจากการเป็นอมตะ จะได้พ้นทุกข์โศกเสียที แต่เขาคิดว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ และกะว่าจะรอดูไปสักพัก และหารู้ไม่ว่าภัยอันตรายครั้งใหม่กำลังจะมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นหมอสาวที่ดูแลยาชิดะอยู่ มาริโกะ หลานสาวของยาชิดะเอง หรือแม้กระทั่งทายาทของยาชิดะอย่างลูกชายตัวเอ้ กรงเล็บพิฆาตก็พร้อมจะผงาด!

ในขณะที่เสียงวิจารณ์จากภาคนี้คือแตกออกเป็นสองฝั่งคือสนุกมากกับไม่สนุกเลย จาจาคิดว่ามันสนุกมาก ภาพสวยดี มุมกล้องใช้ได้เลยในหลายๆ ฉาก ทั้งฉากแอ๊คชั่น ทั้งดราม่า ไม่ไก่กา ภาพบ้านเมืองญี่ปุ่นที่ถูกถ่ายทำออกมาอย่างสวย เสียงประกอบก็ถือว่าหนักแน่น ซาวน์เอฟเฟกต์ช่วยเสริมแบบสุดๆ ฉัวะฉึกๆๆ ไม่ยั้ง การตัดต่อมียืดยาวในบางฉาก บางฉากก็กระชับดี ซีจีกำลังพอดี แต่ก็มีหนักเกินจนไม่เนียนในบางฉาก เช่นกล้ามของวูฟเวอลิงที่แน่นไป ฮือ นักแสดงแต่ละคนนี่คือสวยหล่อเริ่มจากผัวก่อนเลย หล่อมาก ตอนปรากฏตัวออกมาฉากแรกนี่แทบจะละลายติดเก้าอี้โรงหนังไปแล้ว

ยูกิโอะสาวผมแดงก็แซ่บอยู่นะ แต่ที่แซ่บยิ่งกว่าคือ มาริโกะ นางเอกของเรื่อง หลานสาวของยาชิดะ ที่ทราบมาว่าเป็นนางแบบชื่อดังของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ส่วนที่น่าจะทำให้คะแนนวิจารณ์ไม่ค่อยดีก็คงจะเป็นที่บทมั้ง เพราะบทหนังมันสูตรสำเร็จมาก มากแบบเดาฉากต่อไปออก แม้ว่าจะมีจุดพลิกบ้าง แต่ก็พลิกแบบคาดเดาได้เหมือนกัน เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเลย ตามสไตล์หนังยอดมนุษย์ทั่วไป สิ่งเดียวในหนังที่จาจารำคาญที่สุดคือจีนเกรย์ นางชอบโผล่มาในฝัน โผล่มานอนข้างๆ วูฟเวอลิงตลอดเลย คืออะไร น่ารำคาญมาก ยังกะดู Inception ยังกะเป็นมอล เมียของคอบบ์ ที่คอยเรียกให้ผัวมาอยู่ด้วยตลอด เป็นบ้าหรอ แม้แต่ตอนใกล้จบก็ยังตามมาหลอกหลอนไม่เลิก

พอหนังจบจะมีเอ็นเครดิตที่ปูเรื่องไปยังตอนต้นของ X-Men: Days of Future Past สร้างความตื่นเต้นให้เราไม่น้อย โดยรวมคือถ้าดูเอามัน ก็ถือว่ามันอยู่ แต่เราผ่านจุดที่มีหนังรวมยอดมนุษย์อย่างดิอะเวนเจอร์มาแล้วนะ หนังซุปเปอร์ฮีโร่หลังจากนั้นมันก็ไม่ควรจะเล่นกันแค่นี้แล้วนะ ถ้าหนังเรื่องนี้เข้าฉายตอนปี 2007 หลังจากภาค The Last Stand ในปี 2006 ก่อนการมาถึงของ Iron Man และพรรคพวกฝั่งมาร์เวลหลักในปี 2008 มันคงจะเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่สุดยอดมากแน่ๆ จาจามั่นใจ เพียงแต่มันมาช้าเกินไปหน่อย และตอนนี้เราก็พร้อมจะไปปิดตำนานกรงเล็บวูฟเวอลิงในหนังภาคใหม่ชื่อ โลแกน ที่กำลังจะเข้าฉายแล้ว

ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน

Spider Man Homecoming (2017) สไปเดอร์ แมน โฮมคัมมิ่ง

Spider Man Far from Home (2019) สไปเดอร์ แมน ฟาร์ ฟอร์ม โฮม

Amazing Spider-Man 2 (2014) ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน 2

Spider Man 2 (2004) ไอ้แมงมุม 2

Spider Man 1 (2002) ไอ้แมงมุม

แสดงความคิดเห็น

แชร์

หนังอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Bheed (2023)
หนังเอเชีย ซับไทย
หนัง

6.6

Eagle (2024)
หนังเอเชีย ซับไทย
หนัง

6.3

Ichiko (2023)
หนังญี่ปุ่น ซับไทย
หนัง

6.5

ดูหนังออนไลน์ 2023

เว็บดูหนังมาแรงในตอนนี้ สามารถดูหนังออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง ที่มีคุณภาพที่สุดในตอนนี้ ไม่มีโฆษณามารบกวนใจ อีกทั้งมีหนังมากมายมาให้เลือกชม มากมายกว่า 10,000 เรื่อง ที่นี่มีหนังใหม่2023 จากค่ายดังทุกค่ายมาให้ทุกคนได้รับชมกันอย่างรวดเร็ว ไม่ว่า Netflix, Disney+, Viu , DC , Marvel ทำให้ท่านได้รับความสนุกเพลิดเพลินเหมือนได้รับชมอย่างสมจริงทั้งภาพที่คมชัดระดับ Full HD และเสียงภาพยนตร์ที่คมชัดมากที่สุด

ดูหนัง Netflix หนังใหม่

อ่านต่อที่นี่